harry_trip_d3_12

ดูมาแล้ว Harry Potter and the deathly hallows part 2 รอบปฐมทัศน์ที่ลอนดอน (ไม่มีสปอยล์)

เป็นประสบการณ์ที่ไม่มีวันลืมได้เลยครับกับการได้เป็นส่วนหนึ่งของการปิดฉากภาพยนตร์ มหากาฬเวทย์มนต์ของคนทั้งโลก กับ Harry Potter and the deathly hallows part 2 ที่ได้รับเชิญจากทาง Microsoft ให้เป็นแขกจากเมืองไทยไปร่วมกิจกรรมรอบปฐมทัศน์ในครั้งนี้ที่ลอนดอน เป็นการจัดงานครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดของ Harry Potter เพราะเสมือนเป็นการอำลาปิดฉากครั้งสุดท้ายของ Harry Potter งานนี้เป็นการรวมตัวของเหล่าดาราและแฟนๆ Harry Potter ทั่วทั้งอังกฤษซึ่งสามารถดูภาพและบรรยากาศงานได้จกด้านล่างนะครับ

ทริปการเดินทาง เปิดตัว Harry Potter and the deathly hallows part 2 วันที่ 1-2
ทริปการเดินทาง เปิดตัว Harry Potter and the deathly hallows part 2 วันที่ 3 

เข้าถึงเรื่องหนังกันดีกว่า
ถือเป็นเรื่องราวอันเข้มข้นครับกับภาค 7.2 ภาคต่อของ เล่มสุดท้ายของ Harry Potter คือเล่มที่ 7 กว่า 10 ปีที่ผ่านมาเป็นความยาวนานของตำนานพ่อมดซึ่งมาถึงภาคสุดท้าย เป็นที่ทราบกันว่า เล่มนี้ได้หั่นส่วนของหนังออกเป็นภาพยนตร์ถึง 2 ตอนเพื่อให้สามารถถ่ายทอดรายละเอียดในเล่มสุดท้ายที่ค่อนข้างเข้มข้นอย่างสุดแสนสาหัส อันมาจากการขมวดปมประเด็นทุกอย่างให้จบภายในเล่มนี้ เพราะฉะนั้นเต็มได้ด้วยความกดดัน สงความและความตายของผู้คน ตัวละครที่เรารักมากมายในเล่มนี้ ถ้าหากคุณร้องไห้ตอนที่ ดับเบิ้ลดอร์ตาย เล่มนี้ก็เป็นเรื่องที่จะเข้มข้นและทำให้น้ำตาซึมไปตลอด แต่ในหนังนั้นต่างกันอยู่พอสมควร

“เริ่มเรื่อง เล่าเรื่องตรงๆ ขมวดปม และไม่อ้อมค้อม” นี่เป็นคำนิยามของผมกับภาคนี้ หนังเปิดขึ้นมาด้วยการย้อนฉากจบนิดหน่อยจากตอนที่จอมมารได้ ไม้กายสิทธิ์ในตอนจบภาคก่อน ย้อนช่วงสุดท้ายของตอนที่หนีออกมาที่จบลงด้วยความตายของ ด๊อบบี้ และเริ่มเข้าเรื่องดำเนินในทันที ซึ่งผมมองว่าเป็นเรื่องที่ดี เพราะจะได้เน้นในส่วนที่เข้มข้นและซีนอารมณ์ให้ถึงพริกถึงขิง

ภาคสุดท้าย 7.2 นี้เป็นการขมวดปม ให้จบอย่างงดงาม เนื้อเรื่องในการเล่าเรื่องภาพรวมผมมองว่า จะไม่มีการดำเนินอารมณ์เหมือนหนังเรื่องอื่นๆ ที่จะปูเรื่องขึ้นมาให้พีคแล้วคลี่คลายในที่สุดตอนจบแต่สำหรับ Harry Potter นี้แถบจะนำอารมณ์ขึ้นไปสู่ตรงกลางความ พีคตั้งแต่แรกและพุ่งขึ้นในบางช่วงและรักษาระดับอารมณ์ของหนังให้ตื่นเต้นและน่าติดตามอยู่ตลอดเวลาแต่พีคติดขอบในช่วงสุดท้ายไปจนจบ และที่สำคัญภาคนี้เองน้อยมากเรื่องเสียงหัวเราะ จากมุขต่างๆ ที่เคยมีในภาคก่อนๆ แม้กระทั้ง เฟร็ดและจอร์จ เองผู้เป็นผู้สร้างความรื่นเริงและเสียงตลกตลอดมาในภาคนี้กลับหายไปและเต็มไปด้วยความ กดดันที่เป็นส่วนหนึ่งที่พาให้เรื่องยิ่งเข้มข้น

ฉากรบที่สุดจะมันส์ สงครามกลายเป็นฉากที่สำคัญของภาคนี้โดยปริยาย เพราะครึ่งเล่มหลังเป็นช่วงสงครามที่ทวีความรุณแรงและกดดันกดดัน เพิ่มขึ้น เรื่อยๆ ไม่หยุด การเผชิญหน้าของสองฟากฝั่ง จอมมาร และพ่อมดแม่มดผู้ต่อสสู้เพื่ออิสระ ฉากสงครามจึงสำคัญมากในเรื่องนี้ทำได้ดีมากครับ คิดว่าดีกว่าภาคก่อนๆ เพราะจะยิ่งใหญ่มากกว่า ความเสียหายของสงครามและ Special Effect ที่เยอะมากกว่า ทำให้บางทีรู้สึกว่ามันแฟนซี + บู้ มากขึ้นกว่าที่เคยเห็นมาเลยด้วยซ้ำ

พระเอกตัวจริง ..คือ ลองบัตทอม
เนวิล สำหรับในภาคนี้เนี่ยต้องบอกว่าเป็นตัวแสดงนำที่โดดเด่นเกินหน้าเกินตามากครับที่ต้องบอกว่าเกิดหน้าเกิดตา เพราะฉากสำคัญๆ หลายฉากในเรื่อง เนวิล ลองบัตทอม เด่นที่สุดและในฉากนั้นเป็นฉากที่มีตัวแสดงน้อยแทบทั้งสิ้นและในกล้องถือเป็นอะไรที่โดดเด่นกว่าคนอื่นอย่างเห็นได้ชัด ต้องไปดูด้วยตัวเองไม่อยากพูดไปมากกว่านี้

ที่เหลือลองไปพิสูจน์ ผ่านหนังได้ที่โรงเลยครับ

ชอบบทความให้กำลังใจง่ายๆ แค่กด Like ข้างล่างนี้ครับ :)