no 3G

ไม่มีไฟฟ้าก็ไม่ต่างจากไม่มี 3G เรื่องใหญ่ของธุรกิจยุค AEC

ยังเคยคิดเล่นๆ เลย ครับถ้าวันหนึ่งไม่มีไฟฟ้าใช้ งานผมที่ต้องใช้อินเทอร์เน็ตและคอมพิวเตอร์ในการขับเคลื่อนนั้นผมจะเปลี่ยนอาชีพไปทำอะไรแทน ขายน้ำเต้าหู้หรือ ขับมอเตอร์ไซค์วินดี เลือกไม่ถูกเลยครับช่วยผมหน่อย แต่ที่แน่ๆ มันมีผลกระทบที่ทำให้เกิดความเสียหายหลายอย่างแน่ๆ เหตุการณ์ไฟดับที่เกาะสมุย-พะงัน ตั้ง 68 ชั่วโมงเป็นความเลวร้ายไม่ใช่แค่เรื่องความสะดวกสบายในการใช้ชีวิตแค่นั้นครับแต่สำหรับธุรกิจแล้ว นั่นมันคือตัวเลขความเสียหายทางธุรกิจจำนวนมหาศาล

ไฟดับสามวันนอกจากจะไม่มีคอมพิวเตอร์ให้ใช้งานแล้วโทรศัพท์มือถือที่ต้องการไฟเติมแบตเตอรี่ก็ไม่มีไฟให้เติม น่าจะเปลี่ยนไปใช้มือถือรุ่นจอขาวดำแบบธรรมดาๆ แทนเพราะใช้แค่โทรเข้าออกทำให้แบตอึดยิ่งกว่าซูเปอร์ฮีโร่ น่าจะอยู่ได้มากกว่าสองวันแน่ๆ เมื่อไม่มีไฟฟ้าระบบการสื่อสาร การงานและธุรกิจ เสมือนหยุดนิ่งโดนแช่แข็งไม่สามารถขยับเขยื้อนหรือทำอะไรได้ ฟังดูเป็นช่วงเวลาที่เลวร้ายซะจริงๆ

ต้องยอมรับครับว่าหลายๆ ธุรกิจสมัยใหม่ใช้เทคโนโลยีจำนวนมาก เข้ามาช่วยให้ธุรกิจดำเนินไปได้อย่างราบรื่นและรวดเร็ว และเกิดโอกาส ไม่ว่าจะในธุรกิจระดับเล็กไปจนถึงขนาดใหญ่ ไฟฟ้าก็ถือเป็นประเด็นหนึ่งครับ อีกประเด็นใหญ่ที่เป็นผลกระทบโดยตรงเช่นกันคือเรื่องของการสื่อสาร

การสื่อสารสำคัญขนาดไหนใครๆ ต่างก็รู้ในข้อนี้ ทุกอย่างขับเคลื่อนด้วยการสื่อสาร เราโทรสั่งอาหารมารับประทานที่บ้าน โทรจองโต๊ะร้านอาหาร สั่งซื้อสินค้าทางโทรทัศน์ ยิ่งตอนนี้ทุกสถาบันทางการเงินลดต้นทุน เพิ่มโอกาสและประสิทธิภาพความสะดวกสบาย ด้วยช่องทางใหม่ในการทำธุรกรรมโอน ฝาก จ่ายค่าบริการ ชำระเงินบนมือถือ ซึ่งจะได้ยินบ่อยๆ ทางโทรทัศน์ Internet Banking หรือไม่ก็ Mobile Banking นั่นคือช่องทางโอกาสใหม่ๆ ของความสะดวกและมันช่วยให้เราและธุรกิจขับเคลื่อนได้เร็วมากขึ้น สะดวกมากขึ้นแต่น่าเสียดายที่วันนี้การทำธุรกรรมและการสื่อสารบ้านเราตั้งอยู่บนความเสี่ยง ความเสี่ยงนี้ไม่ต่างจากโรงไฟฟ้าที่ไม่สามารถจ่ายไฟฟ้าให้เราได้อย่างคงที่ อาจจะดับได้ทุกเมื่อขณะที่สิ่งต่างๆ ที่สำคัญๆ กำลังดำเนินไป ทำให้เกิดขึ้นความเสียหาย ที่ประเมินกันแล้วมากกว่า 1,200 ล้านบาท จากเหตุการณ์ไฟดับเกาะสมุยและพะงัน 68 ชั่วโมง

ถึงเวลาที่ต้องขยายสร้างโรงไฟฟ้าให้จ่ายไฟคงที่ ต่อเนื่อง เพื่อรับความเปลี่ยนแปลงต่างๆ ที่เกิดขึ้นแล้ว ไม่ใช่กำลังจะเกิดขึ้นนะครับ การสื่อสารก็ต้องบอกว่ามันถึงเวลาที่ต้องมี 3G จริงๆ สักที เพราะทุกวันนี้โทรศัพท์และอินเทอร์เน็ตที่ใช้ผ่านมือถือเราก็ยังไม่รู้ว่ามันจะล่มเมื่อไหร่ เพราะเหตุการณ์เครือข่ายโทรศัพท์ล่มเกิดขึ้นให้เห็นแล้วหลายครั้งหลายครา มันมีความเสียหายเกิดขึ้นอย่างน้อยแค่ไม่สามารถโทรออกได้ก็ทำเอาเราหงุดหงิดแล้ว แล้วจะเป็นยังไงถ้าธุรกิจหลายๆ ธุรกิจฝากไว้อยู่กับการทำธุรกรรมบนอินเทอร์เน็ตอาจเสียหายมากกว่า 1,200 ล้าน ที่สมุย-พะงันก็เป็นไปได้ครับ

การไม่มี 3G ก็เลยไม่ต่างจากการไม่มีโรงไฟฟ้าที่ส่งไฟให้ได้อย่างสม่ำเสมอแหละครับ ฟังดูน่าเศร้าจัง ยิ่งเรากำลังเข้าสู่ AEC ด้วยแล้วการสื่อสารที่มีความเร็วสูงช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจได้มากทีเดียว

ชอบบทความให้กำลังใจง่ายๆ แค่กด Like ข้างล่างนี้ครับ :)