Boringlife

คิดเปลี่ยน 6 วิธี เปลี่ยน ความเบื่อเฉื่อยชา ไปสู่ ความตื่นตัว

แน่นอนว่าเรื่องของชีิวิตไม่ใช่ทุกอย่างจะเป็นไปเหมือนที่เราหวังไปซะหมดนะครับ แต่ในเงื่อนไขของเวลาที่ต้องหมุนไปเรื่อยๆ และขีดข้อจำกัดต่่างๆ ทำให้เราต้องยอมจำนนกับเรื่องและสถานการณ์อันไม่น่ารื่นรมย์ และท้ายที่สุดก็จะนำไปสู่สภาวะเบื่อหน่ายเฉยชากัน ไม่มีใครเลี่ยงความรู้สึกแบบนี้ได้หรอกครับ หลายครั้งที่ผมเองทำงานหนักจนรู้สึกอยากไปพักผ่อนยาวๆ และต้องการหาอะไรทำใหม่ๆ เพื่อกระตุ้นตัวเองให้รู้สึกถึงการตื่นตัวอีกครั้งเพื่อทำอะไรที่ตั้งเป้าหมายไว้ให้ได้

ศัตรูตัวฉกาจของความเบื่อ ความเฉื่อยชาคงจะโทษอะไรไม่ได้นอกจากตัวของเราเอง มาลองดูวิธีแก้ไขทำให้ตัวเรากลับมาตื่นตัวอีกครั้ง ให้มีความรู้สึกเหมือนที่เราเข้าทำงานในบริษัทวันแรก หรือเข้าเรียนมหาลัยวันแรกกันให้ได้ดีกว่า

1. มองที่เดิมๆ ในมุมใหม่ๆ
ความเคยชินเป็นต้นเหตุตัวฉกาจของความเฉื่อยชา ลองปรับเปลี่ยนมุมมอง เพ่งหาภาพใหม่ๆ ในที่เดิมๆ ดูสิ แล้วคุณจะรู้ว่าบางทีเราก็พลาดอะไรไปเยอะนะ บ่อยครั้งเวลาที่รู้สึกเบื่อผมจะจบท้ายด้วยการจัดระเบียนมันซะใหม่ จัดบ้านใหม่ จัดโต๊ะทำงานใหม่ ครั้งนึงในออฟฟิตที่เบื่อหน่ายผมหยิบโมเดลของเล่นที่ชื่นชอบมาตั้งเต็มโต๊ะครั้งนั้นรู้สึกว่าโต๊ะทำงานกลับมากระปรี้กระเปร่าอยากขยันทำงานอีกครั้ง

2. เปิดเพลงเร็วที่ชอบและร้องตาม
จังหวะของดนตรีเป็นเครื่องกระตุ้นความรู้สึกได้อย่างเหลือเชื่อ หากว่าคุณกำลังรู้สึกง่วง เบื่อ หรือเฉื่อยชา ลองเปิดลิสต์เพลงที่ชอบ แต่มีข้อแม้คือต้องเป็นเพลงเร็วเท่านั้นนะ ฟังพร้อมกับร้องตาม ถ้าไม่ตื่นตัวก็ให้มันรู้ไปล่ะ น้องหลายคนที่ Office ชอบใส่กูฟังแล้วเปิดเพลงดังๆ มันบอกว่าทำงานเร็วขึ้นถ้าเปิดเพลง Dance ผมก็ไม่แน่ใจงานมันเร็วขึ้น แต่ผิดเยอะขึ้นด้วยรึเปล่า แต่เป็นสิ่งยืนยันได้ครับว่า มันช่วยได้ จะเปิดช่วงง่วง ตอนเช้าก่อนออกไปทำงาน หรือระหว่างขับรถก็ช่วยสร้างบรรยากาศความมันส์ให้ชีวิตได้อีกทาง

3. ฝึกเป็นคนมีมุกตลก
ลองคุยกับคนรอบข้างด้วยความรู้สึกสนุกและหาจังหวะหยอดมุกตลก คำคม คำแซว ให้คนอื่นหัวเราะดูสิ เพราะการตอบโต้สนองเสียงหัวเราะของผู้อื่น ด้วยเสียงหัวเราะจากอารมณ์ขำจริงๆ จะกระตุ้นให้ร่างกายหลั่งสารแห่งความสาร (เอินโดรฟิน) แล้วคุณก็จะกระปรี้กระเปร่าไปทั้งวัน สาระสำคัญของการฝึกมุขตลกคือการได้ ปฏิสัมพันธ์กับเพื่อนรอบข้าง บางครั้งมัวแต่คร่ำเคร่งกับงานจนลืมความสนุกของการพูดคุยกับเพื่อนร่วมงานในที่ทำงานไปแล้ว ใช่มั้ย

4. ฝึกฟังอย่างตื่นตัว
การฟังอย่างตื่นตัว คือการสบตาผู้พูด จดจ่อและพิจารณากับคำพูดของผู้พูด แล้วคุณจะเข้าใจและจดจำได้ว่าผู้พูดต้องการอะไรจากการสื่อสาร คุณจะดูเป็นคนใส่ใจและตั้งใจ ซึ่งเป็นหัวใจของการเรียนและทำงานทุกแขนง ลองสบตาเจ้านาย สบตาลูกน้อง ดูครับ อย่าฟังแบบหมางเมิน เพราะความหมางเมินทำให้เรื่องนั้นๆ หมดความน่าสนใจ

5. ยื่นข้อเสนอมากกว่ารอการร้องขอ
หากคุณเป็นคนที่เคยหยิบยื่นความช่วยเหลือให้กับคนอื่นอย่างบริสุทธิ์ใจ คุณจะรู้ได้ว่าความความรู้สึกสุขๆ อิ่มๆ นั้นมันวิเศษมากจริงๆ ลองบริหารน้ำใจให้คนรอบข้างดูนะ แล้วคุณจะกลายเป็นที่รักโดยไม่รู้ตัว การให้บางครั้งก็เป็นความสุขอย่างบอกไม่ถูก แล้วโลกวันนั้นๆ จะสดใสน่าอยู่ขึ้นลองดู

6. มีแววหน้าอมยิ้มอยู่เสมอ
คนสมัยนี้ทำใมถึงยิ้มยากกันนัก ยิ้มโดยมากก็ถูกขโมยไปบนหน้ามือถือและคอมพิวเตอร์ไปหมดแล้ว หันมายิ้มให้คนรอบข้างกันเพิ่มขึ้นมั้ยครับ รอยยิ้มที่จริงใจย่อมต้องออกมาจากความรู้สึกภายใน นั่นหมายความว่าเราต้องคิดบวกอยู่เสมอ มองโลกและคนในแง่ดีไว้ก่อน ในที่สุดความคิดบวกนี้จะเป็นพลังดึงดูดเรื่องราวดีๆ มาสู่ชีวิต และแม้เจอสถานกาณ์ที่เลวร้าย การคิดบวกจะแปรเปลี่ยนเรื่องราวให้เป็นเรื่องเบาๆ ง่ายๆ ได้จริงๆ

เรื่องใหม่ๆ ซักพักก็กลายเป็นเรื่องเก่า เรื่องเคยเก่าก็กลับมาเป็นเรื่องใหม่ได้ เราต้องบริหารเรื่องเก่าเรื่องใหม่สร้างความน่าตื่นตาตื่นใจให้ชีวิต เรียนรู้ทุกวันให้ตื่นตัว มีความสุขกัน 6 เคล็ดลับง่ายๆ ที่เอามาฝากกันครับ

ชอบบทความให้กำลังใจง่ายๆ แค่กด Like ข้างล่างนี้ครับ :)