Screen Shot 2557-04-18 at 3.45.28 PM

วิเคราะห์ อนาคต Facebook หลังเข้าซื้อ Whatsapp อนาคต Social Messaging

เม็ดเงินเดิมพันซื้อกิจการ ระหว่าง Facebook กับ Whatsapp ครั้งนี้สูงเป็นประวัติการการเข้าซื้อกิจการออนไลน์ 1.9 พันล้านเหรียญดอลล่าร์สหรัฐ ชนะ Google ที่ซื้อ Motorolla เจ้าของสถิติเดิม 12.5 BM ถือว่าสูงเป็นสถิติใหม่ (โชว์ภาพกราฟ การเข้าซื้อกิจการ ) เดิมพันด้วยเงินสูงขนาดนี้ มาร์ค ซัคเกอร์เบิร์ก ต้องมีแผนการอะไรบางอย่าง อย่างแน่นอน เป็นประเด็นที่เราจะวิเคราะห์กันว่า…. “แผนยึดครองโลกของ Facebook ในการเข้าซื้อ Whatsapp คืออะไร”

tech-acquisitions

เหมือนช่วงเทคโนโลยีกำลังเปลี่ยนผ่าน มีความชัดเจนขึ้นในหลายๆ ทาง มือถือ กลายเป็นหัวใจสำคัญของวิถีชีวิตผู้คน ปีที่แล้วเป็นปีแรกที่สมาร์ทโฟนถูกขายไปกว่า พันล้านเครื่อง ถ้าปี 2014 ถูกขายไปอีกมากกว่า 1000 พันล้านเครื่องแค่สองปีประชากรสมาร์ทโฟนสองปีก็เยอะกว่า 2000 ล้านเครื่อง แค่สองปีก็มากกว่าประชากรเฟซบุ๊คที่มีอยู่เพียง 1200 ล้านคน ซึ่งใช้เวลาสร้างฐานผู้ใช้ตั้ง 10 ปี แต่แค่เพียง 2 ปีเท่านั้น เห็นได้ชัดว่ามือถือจะเป็นศูนย์กลางของโลกดิจิทัล ไม่ใช้คอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะอีกต่อไป เพราะเหตุนี้แหละครับ จึงเกิดปรากฏการณ์การเข้าซื้อกิจการ บริษัท มือถือและบริษัทนักพัฒนาซอฟแวร์มือถือ และแอพลิเคชั่นชื่อดังที่มีอนาคตจะกลายเป็น Platform ที่มีฐานผู้ใช้ขนาดใหญ่ และมีแนวโน้มขยายฐานผู้ใช้ได้มากในอนาคต ที่ผ่านมาอย่างเช่น Facebook เข้าซื้อ Instagram , Microsoft เข้าซื้อ Skype , Rakuten เข้าซื้อ Viber, จนมาถึงดีลที่ใหญ่ที่สุด Facebook เข้าซื้อ Whatsapp

Screen Shot 2557-04-18 at 3.48.02 PM

การเข้าซื้อ Whatsapp เต็มไปด้วยเดิมพันหลายอย่างภายใต้เงินจำนวนมหาศาล ที่ไม่ใช่แค่จะเข้ามาซื้อกิจการผนวกรวมเท่านั้นแต่เป็นการเดิมพัน อนาคตของ Facebook ไปในอีกทางหนึ่ง ซึ่งแน่นอนว่า Facebook กำลังปรับตัวครั้งใหญ่ และวางตัวเองในอนาคตที่กำลังเปลี่ยนทิศทางที่ชัดเจน

“Messaging Application คือ เดิมพัน “

นักการตลาดดิจิทัลกำลัง พยายามอย่างหนักในการที่จะเข้าถึงการสื่อสารการตลาดกับผู้บริโภคแบบตัวต่อตัว เพื่อให้ใช้ความฉลาดของเทคโนโลยีให้ได้เต็มประสิทธิภาพมากที่สุด จะดีแค่ไหนถ้าโฆษณารู้ว่าจะต้องพูดกับคุณยังไงคุณถึงจะซื้อสินค้า และกลายเป็นลูกค้าผู้จงรักภักดีไปนานๆ ซึ่งเป็นไปได้โดยประเมินจากประวัติชีวิตดิจิทัลของคุณเพื่อหาจุดที่จะรู้ใจคนอย่างเราๆ ได้ และชีวิตดิจิทัลทุกคนวันนี้ของผู้คน มีมือถือเป็นศูนย์กลาง ตัวเลขของผู้ใช้ Facebook ผ่านมือถือสูงขึ้นเรื่อยๆ นับตั้งแต่ปี 2011 จนเริ่มทิ้งห่างผู้ใช้งานผ่าน Desktop ในปี 2012 และทิ้งห่างอย่างต่อเนื่องถึงทุกวันนี้ ผู้ใช้ Facebook ผ่านมือถือ สูงถึง 945 ล้านคนต่อเดือน 556 ล้านคนต่อวัน สูงกว่าผู้ใช้งานผ่านคอมพิวเตอร์ และใช้เวลามากกว่าเเท่าตัว ตัวเลขข้อมูลสำรวจเวลาที่ผู้ใช้ Facebook เปรียบเทียบกันระหว่างผู้ที่ใช้งานผ่าน คอมพิวเตอร์ และใช้งานผ่านมือถือ เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ปีที่แล้ว ผู้ใช้งานผ่านคอมพิวเตอร์เฉลี่ยใช้เวลา 320 นาทีต่อเดือน และมือถือใช้เวลาเฉลี่ย 785 นาทีต่อเดือน (ภาพกราฟเปรียบเทียบเวลาการใช้งานdesktop vs mobile) นั่นทำให้ Facebook มั่นใจได้เลยว่าอนาคตของ Platform Social Media ของโลกใบนี้จะต้องอยู่บนมือถือเป็นหลัก ต่างจากเมื่อ 10 ปีที่แล้ว

ChartOfTheDay_1026_Mobile_Facebook_use_in_the_US_n

“อนาคตชัดทิศ ทางเปลี่ยน” การเป็นผู้นำโลกโซเชี่ยลที่เติบโตมาจากฐานผู้ใช้งานคอมพิวเตอร์ มีหลายแง่มุมที่แตกต่างในการจะก้าวมาเป็นผู้นำบนโลกมือถือ Facebook ทราบข้อนี้ดี มีหลายโครงการของ Facebook ที่พยายามสร้างตัวเองบนโลกมือถือแต่ยังไม่ประสบความสำเร็จอย่างที่คาด Facebook Home กลับไม่เป็นที่นิยม มือถือ Facebook Messenger ก็ยังกระท่อนกระแท่นถึงจะมีฐานผู้ใช้สูงแต่จำนวนการส่งข้อความหากันผ่าน Facebook Messenger กลับไม่มากเมื่อเทียบกับจำนวนผู้ใช้ แสดงให้เห็นว่า Facebook Messenger เป็นแค่อีกช่องทางเลือกหนึ่งในการติดต่อพูดคุยกันระหว่างเพื่อน ไม่ใช่ทางเลือกหลักที่ผู้ใช้นิยม Facebook กลับพ่ายแพ้แก่ Messenging Application อื่นๆ หลุดลุ่ย อย่าง Line, Whatsapp, Viber, Kaokao Talk, ที่ได้รับความนิยมอย่างสูง การเติบโตของผู้ใช้งานกลุ่มนี้เติบโตอย่างรวดเร็วสูงกว่าบริการสื่อสังคมออนไลน์อย่าง Facebook Twitter ซะอีก (Insert ภาพการเติบโตของ Social Media เทียบกับ Whatsapp) ดูจากภาพนี้จะเห็นว่าเมื่อเทียบเวลา 4 ปี การเติบโตของ Whatsapp สูงมากกว่า Facebook เกือบๆ สามเท่า

Screen Shot 2557-04-18 at 3.48.02 PM

ทำให้ Application กลุ่ม Messaging Application กลายเป็นอนาคตของมือถือ เพราะเป็น Platform ที่มีการใช้งานเยอะที่สุด แล้วทำใมต้อง “Whatsapp” ที่เป็นคำตอบสุดท้ายให้กับ Facebook เพราะหลังจากนี้จะไม่ใช้ปีทองของ Social Media อีกต่อไปแต่จะเป็น Social Messaging application บนมือถือ

มีหลายเหตุผลที่วิเคราะห์กันแล้ว เห็นตรงกันว่าดีลการเข้าซื้อกิจการครั้งนี้นั้นคุ้มค่าสำหรับ Facebook เพียงใด

slide-4-638

เหตุผลแรก คือการเข้าซื้อ Whatsapp ขยายฐานผู้ใช้ได้กว้างที่สุด ในตลาดบริการด้าน Social Media สินค้าของความเป็นสื่อสังคมออนไลน์ก็คือ จำนวนผู้ใช้ ผู้ใช้ คือ สินค้าของบริการยิ่งผู้ใช้มากขึ้นเท่าไหร่มูลค่าของ บริการ Platform นั้นๆ ก็สูงขึ้นตามไปด้วย การที่ Facebook ซื้อ Whatsapp เมื่อกางฐานข้อมูลสมาชิกออกมาแล้วจะเห็นความคุ้มค่าในการควบรวมฐานข้อมูลผู้ใช้ ในตลาดของ Messaging Application ยืนยันด้วยภาพนี้ครับ (กราฟการดาวโหลด Whatsapp และ Facebook Messenger) จากภาพนี่เป็นข้อมูลว่า ในแต่ละประเทศ ประเทศไหนดาวโหลด Whatsapp หรือ Facebook Messenger บน Appstore สิ่งที่เห็นก็คือประเทศที่ใช้งานบริการของเฟซบุ๊ค และ Whatsapp เป็นฐานผู้ใช้คนละกลุ่มกัน ซึ่งเป็นผลดีของการควบรวมกิจการ

Facebook-Messenger-Vs-Whatsapp-Messenger-Per-Country-1024x580

ไม่เพียงแค่ฐานผู้ใช้คนละกลุ่มในมุมของพื้นที่เท่านั้นนะครับ ฐานผู้ใช้กลุ่มอายุก็แตกต่างกันด้วยครับ Whatsapp ใน US ก็ถือเป็น Application ยอดนิยมพอๆ กับ Facebook Messenger แต่ได้รับความนิยมในกลุ่มอายุที่แตกต่างกัน Whatsapp จะได้ฐานผู้ใช้ที่เป็นวัยรุ่น 14-24 ปี ส่วนฐานอายุที่สูงกว่านั้นนิยมใช้ Facebook Messenger (ภาพกราฟช่วงอายุ ผู้ใช้ของ on Device Research)

whatsapp-chart

Facebook จะยิ่งใหญ่ขึ้นในตลาด Messaging Application ถ้าเรามาดูกันลึกๆ แล้ว Facebook Messenger ได้รับความนิยมแค่ใน USA เท่านั้นแต่ในประเทศอื่นๆ กลับไม่ได้รับความนิยมเท่าที่ควร อย่างภาพนี้นะครับ จะเห็นว่า Whatsapp ได้รับความนิยมอย่างมากใน บราซิล อินโดนีเซีย เซาท์แอฟริกา ซึ่งเมื่อซื้อ Whatsapp ก็จะทำให้ Facebook ผงาดเป็น Messaging Application อันดับหนึ่งของโลกได้ เพราะ Whatsapp เป็นอันดับหนึ่งในตลาดอยู่แล้ว มีผู้ใช้ 450 ล้านคนต่อเดือน มี Active Users 70% มีผู้ใช้ใหม่วันละล้านคน

การควบรวมกิจการครั้งนี้ จะเป็นการสร้าง Eco System ที่แข็งแรงขึ้นให้ Facebook เมื่อรวมกับจุดแข็งของ Messaging Application ที่ Whatsapp มี โมเดลในการออกแบบบริการจะเอื้อกันมากขึ้น นึกภาพโมเดลของธุรกิจของ Line Messaging App อีกค่าย อย่าง Official Account , Sticker , Social Game บน Platform Social Messaging App ที่มีอยู่ทุกวันนี้ Facebook ซึ่งมีระบบ Social ที่แข็งกว่าจึงสามารถสร้างบริการในลักษณะเดียวกับได้ไม่ยาก และคาดว่าจะสามารถสร้างความได้เปรียบเหนือคู่แข่งได้ไม่ยาก แต่สำหรับในมุมของผู้ใช้ก็จะมีบริการในการใช้บริการเฟซบุ๊คที่หลากหลายมากขึ้นเช่นกัน แต่ในทางกลับกันฐานผู้ใช้ Whatsapp เดิมอาจจะต้องสูญเสียความเป็นส่วนตัว จากบริการใหม่ที่จะเข้ามาเพิ่มเติม เนื่องจากเดิม Whatsapp ไม่มีโมเดลในการขายโฆษณาแต่อย่างใด การควบรวมกิจการครั้งนี้นับว่าเป็นการเดิมพันครั้งยิ่งใหญ่ของ Facebook เพื่อให้ Platform มีการปรับตัวตามพฤติกรรมของผู้ใช้ เพื่อรักษาฐานผู้ใช้และขยายฐานผู้ใช้ในเวลาเดียวกันจากการควบรวมที่เกิดขึ้น เพื่อให้ชื่อของ Facebook อยู่ไปอีกหลายปี กลายเป็นเจ้าตลาดที่ผูกขาดด้าน Social ของโลกใบนี้ก็เป็นได้

slide-11-638

ชอบบทความให้กำลังใจง่ายๆ แค่กด Like ข้างล่างนี้ครับ :)