comscore-august

ตัวอย่าง “HP Envy Beat 14″ เมื่อ Digital Trend Video Content มาแรง Product Tie-in + Product Placement ก็โตตาม

ช่วงครึ่งปีหลังที่ผ่านมา Video Content โตมากขึ้นเรื่อยๆ ครับ สอดคล้องกับ Content Marketing กำลังกลายเป็นที่พูดถึงและเป็นเครื่องมือที่ทรงพลัง ที่นัก Marketing เริ่มเห็นความสำคัญของการทำตลาดในส่วนนี้มากขึ้น ยกตัวอย่างเช่น Campaign “Demo Slam” ของ Google ที่ชวนคนมาช่วยกันสร้าง Video เพื่อขายของแทนให้อย่างสร้างสรรค์ ไม่ต่างจาก Campaign LG Good Lab ที่ชวนคนมาสร้างไอเดียให้ผลิตภัณฑ์ LG แล้วมาต่อยอดเป็น Video สร้าง Viral

นี่เป็นสิ่งที่พิสูจน์ถึง Digital Trend ในการใช้ Video Content มาเป็นส่วนช่วยส่งเสริมการขายนั่นกลายเป็นเครื่องมือที่น่าสนใจ สามารถช่วยในการทำตลาดการสื่อสาร IMC ได้มากขึ้น ง่ายขึ้น ซึ่งข้อดีของการสร้าง Video Content นั่นคือการสื่อสารที่ค่อนข้างหลากหลายและทำได้อย่างมีประสิทธิภาพ ถ้าเรื่องดี เจ๋ง น่าสนใจ ก็สามารถชวนให้กลุ่มเป้าหมาย Engage ให้ดูเนื้อหาได้นานๆ นั่นหมายถึง การรับรู้ Message ได้เป็นอย่างดี ถ้าดีจริงก็จะบอกต่อกันไปเองจนเกิดกระแส Buzz จนลามไปเป็น Viral

ลองดูตัวเลข Ranking การชมวิดีโอในเว็บไซต์ต่างๆ ที่มียอดสูงขึ้นเรื่อยๆ และใช้เวลานานขึ้น จากกราฟเป็นสถิติจากผู้ใช้อินเตอร์เน็ตฝั่งอมเริกา ซึ่งมี 178 ล้านคน เฉลี่ยแล้วชมวิดีโอสูงถึงคนละ 14.3 ชั่วโมง ต่อเดือน

เมื่อข้อดีของ Video Content นั้นมากขึ้น นอกจากการขาย Brand แล้ว Product Placement และ Tie-in ก็โตตามไปด้วย ตอบโจทย์การทำ IMC แบบ 360 ในยุคใหม่ๆ ขอยกตัวอย่างอย่าง HP Envy14 Beats Edition หนึ่งในผลิตภัณฑ์ตัวใหม่ของ HP ที่เพิ่งเปิดตัวไปพร้อม ตัว G Series NoteBook รุ่นกลางสำหรับวัยเรียน, และ HP Mini รุ่นเล็ก ที่ผมมีโอกาสเข้าไปร่วมงานเปิดตัวเมื่อไม่นานนี้ ความน่าสนใจของ ตัว HP Envy ซึ่งถือเป็นรุ่นท๊อปของ HP ก็ว่าได้ครับ เพราะราคาจะสูงอยู่ที่ราว 80,000 ถ้าได้ไปลองฟังหรือเล่นแล้วจะรู้ว่ามันคุ้มราคามากๆ ครับ ตัวนี้เน้นเป็นโน้ตบุ๊คเครื่องแรกขอคนที่รักความบันเทิง รักดนตรี อ่านรายละเอียดลิ้งนี้เลยครับ ทีนี้มาต่อในเรื่องของ Product Tie-in ของตัว HP Envy

HP Envy เป็น Case ที่ยกตัวอย่างได้เลยถึงพลังของ Product Tie-in บนสื่อดิจิตอล เพราะถ้าคุณรู้ความยิ่งใหญ่ของ Lady Gaga บน Internet แล้วละก็ HP Envy คงผ่านตาคุณไปแล้วอย่างไม่รู้ตัว เหมือนที่บอกครับสินค้าชิ้นนี้เน้นกลุ่มคนรักดนตรี Hp จึงเลือกที่จะลง Tie-in ใน MV ของ Lady Gaga 2 ตัวนั่นคือ Telephone และ Bad Romance ซึ่งยอดคนวิวรวมแล้วสูงมาถึง 400 กว่าล้านวิวไปเรียบร้อยครับ ซึ่งไม่นานมานี้ Gaga ก็กลายเป็นคนแรกที่ คลิปวีดีโอต่าง ๆ ของเธอใน youtube นั้นถูกดูมากกว่า 1 พันล้านครั้งไปเรียบร้อยแล้ว Bieber กำลังตามมาในไม่ช้า Digital Content ที่เป็น Video กำลังนิยมมากในการทำตลาด Global ช่วยเพิ่มการเปิดรับ Exposure กับกลุ่มเป้าหมาย ช่วยเพิ่มโอกาสความถี่ในการเห็นสินค้า ช่วยในการจดจำเพิ่มการยอมรับ สินค้านั้นๆ มากขึ้นด้วยครับ :)

ลองเอามาใช้ในการทำ Marketing ของคุณกันดูครับ

Lady Gaga – Bad Romance กับ 300 ล้านวิว

ชอบบทความให้กำลังใจง่ายๆ แค่กด Like ข้างล่างนี้ครับ :)

  • Abodabe

    อันนี้มัน hp envy 15 beats limited edition ไม่ใช้หรอครับ