the happy living story

สาเหตุ Digital Campaign ที่เป็น Video ของไทยถึงล้มเหลว

บังเอิญพอดีคิดงานเรื่อง Video Content เลยกลับกลับมาดูงานนึงของ Property Perfect กับ Online Movie เรื่อง “คู่ใหม่ปลามัน” ซึ่ง Lunch เมื่อประมาณต้นปี แต่ที่อยากเอาลง Blog เพราะเพิ่งได้กลับดูตอนอวสาร เคยดูช่วงแรกอยู่ 2 ตอนแล้วก็ไม่ได้ดูต่อเลย ถือเป็น Online Movie ที่ดีเรื่องนึงและเป็นรายแรก ในไทยที่ทำ Production ใหญ่ขนาดนี้ หลังจากนี้ก็มี Brand Consumer หลายเจ้าที่ทำทั้ง Sumsung และ Sony :) หันมาทำ Video Series และ Video Branded Content กันเยอะ แต่ทาง PF เจ๋งกว่าตรงที่ลงทุนจ้าง GTH มาทำในส่วนนี้ :) ลูกค้าต้องดีใจนะครับที่เค้าตั้งใจทำมากๆ เพื่อตอกย้ำความเป็น Brand กับความเป็น Happy Living ให้ชัดเจนขึ้นสร้าง Awareness การจดจำ

คนดู Video อยู่เพียงแค่ 20,000 เท่านั้น เมื่อเทียบกับเนื้อการและราคา Production
เท่าที่ผมดูภาพรวมแคมเปญนี้ มีจุดที่พลาดอยู่หลายอย่าง ซึ่งเป็นความคิดผมนะอาจไม่ได้ถูกทั้งหมด

อันแรกคือ คนขี้เกียจรอตาม พฤติกรรมคนดู Youtube และดูได้เรื่อยๆ และถ้าเค้าติดใจเรื่องอะไรก็อยากดูต่อจนจบไปเลย การที่ให้รอเป็น Episode โดยที่ไม่มีการเชื่อมโยงคนดูด้วยทางใดทางหนึ่ง ถือเป็นการยากที่จะเรียกคนมาดูตอนที่สองอีกเนื่องจาก ไม่มี Contact Point ที่ชัดเจนและเป็นรูปธรรม ถ้าเป็นผมท้ายวิดีโอตอนแรก หรือ Trailer จะตอกย้ำให้คนชม Subscribe youtube channel ไว้หรือไปสมัคร Fanpage เพื่อสร้าง Contact Point บอกว่าตอนต่อไปว่า มาแล้ว นี่คือจุดใหญ่เลย มีวิธีหลายวิธีเลยอยู่ที่จะเลือกใช้

อันที่สอง
ขาด Media Plan ที่ดีการจะวาง Episode ต้องวาง Media Plan ที่ดีด้วย บางคนบอกว่า Youtube คนไทยดู Online Streaming บน Youtube น้อยเพราะเน็ตคนไทยไม่เร็ว แต่โทษทีเหอะครับ ไปดูยอด คน วิว GTH Channel ผมว่ามีอะไรให้ศึกษาเยอะถึงวิธีการเล่นกับสื่อออนไลน์ของ GTH แต่ก็เข้าใจถึงความยากของ Brand อื่นๆ ในการทำ Video Content หรือ Branded Content ผ่านวิดีโอ ว่าอาจจะยากกว่า เนื่องจากกลุ่มที่เป็น Entertainment จะ Approch ได้ง่ายกว่า แต่ใช่ว่าจะทำไม่ได้ อย่าง PF “คู่ใหม่ปลามัน” ก็อยู่ในแนว Entertainment แต่…วางแผนไม่ดี จุดใหญ่อยู่ตรงนี้ รู้สึกเหมือนโจมตียังไงไม่รู้แต่ไม่ใช่นะครับอยากให้เข้าใจ มาวิเคราะห์กันแสดงความคิดเห็นไม่มีผิดไม่มีถูก ที่จริงจ้าง GTH ทำแล้วก็น่าจะขอช่วยเค้าใช่สื่อเค้าช่วยโปรโมทเนอะ ทั้ง Youtube Twitter

“Enlightening” “Enlightening” “Enlightening” “Enlightening” หัวใจสำคัญของ Viral Video

สำหรับคนที่เรียนภาพยนตร์หรือนิเทศ น่าจะรู้จักคำนี้ดี คือการที่คุณดูหนังแล้วรู้สึกว่าเสพหนังได้เต็มที่อิ่มเอม กับเรื่องราวที่เล่ามาและบทสรุปที่หืมมมมมมม มันโดนใจมากกกก สุโค่ยยยย ผมว่าคุณก็คงเคยชอบหนังเรื่องใดเรื่องหนึ่งเป็นพิเศษ แล้วกลายเป็นหนังโปรดนั่นแหละ

ผมนั่งดู “คู่ใหม่ปลามัน” จนจบ ผมฉุกคิดได้ว่า เออเว้ยหนังมันดี เกิด Enlightening ขึ้นมา อยากส่งไปให้เพื่อนอีก 5-6 คนดูแนะนำว่าดี เว้ยยยยยยยยยย เอ่อ เนี่ยแหละที่ทำให้คนไม่ส่งต่อมันดัน Enlightening ตอน สุดท้ายซึ่งต้องรอหลายอาทิตย์ กว่าจะได้ดูตอนจบ ยืดทำใม โอ้วมายก๊อด ตัดก็คงจ้างคนตัดและเข้าห้องตัดทีเดียวแต่ตัดมาเก็บกั๊กไว้ เพื่อ………อะไร อันนี้น่าคิด ไม่โดนใจพฤติกรรมคนออนไลน์ เพราะนี่ไม่ใช่ละครหลังข่าว

ยังมีอีกหลายประเด็นที่ทำให้ Youtube กับการทำ Viral Video ในไทยไม่ค่อยดังแบบอินเตอร์มีอีกหลายข้อ ไว้เล่าให้ฟังคราวหน้า เช่น คนไทยเห่อของนอก ไม่ค่อยสนับสนุนกันเอง, Idea แป๊ก, ตลกฝืด บน youtube,  คนเบื่อ Influencer และคาดหวังความฮา และ Cool มากกว่า

เรียนรู้จากความผิดพลาด เป็นสิ่งที่ดี เหมือนกันนะ :)

ดูตัวอย่างหนังครับ

ตอนที่ 1 / ตอนที่ 2 / ตอนที่ 3 / ตอนที่ 4 / ตอนที่ 5

http://www.thehappylivingstory.com/

ชอบบทความให้กำลังใจง่ายๆ แค่กด Like ข้างล่างนี้ครับ :)